Column

สวัสดีค่ะทุกคน

 

          มาเจอกันอีกครั้งในวันพุธกลางสัปดาห์นะคะ วันนี้ Exteen Brief เป็นวาระพิเศษ อันเนื่องมาจากได้มีงานนิทรรศการระดับโลก ได้ยกมาจัดงานให้พวกเราได้ตักตวงความรู้กันที่เมืองไทย แถมยังเป็นเรื่องราวที่หลายคนรู้สึกว่าใกล้ตัว แม้จะเกิดอีกซีกโลก เพราะนิทรรศการนี้ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์สะเทือนโลกทั้งใบ ซึ่งได้ถูกนำมาเป็นฉากสำคัญของภาพยนตร์ที่ครบ 15 ปี ไปเมื่อไม่นานมานี้ นั่นก็คือ Titanic

 

 

          แน่นอน วันนี้เราจะมาชวนทุกคนไปดูนิทรรศการ "TITANIC : The Artifact Exhibition 100 ปี ไททานิค นิทรรศการแห่งประวัติศาสตร์โลก" กันค่ะ ต้องขอบคุณทางผู้จัดงาน BEC Tero มากนะคะ ที่ได้ให้โอกาส ให้ทาง Exteen เข้าไปเยี่ยมชมบรรยากาศ และนำเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากทุกคน

 

         นอกจากจะได้อ่านเป็นรีวิวพิเศษในเอนทรี่นี้แล้ว ยังมีเสือปืนไว ได้ไปเยี่ยมชมมาแล้วเช่นกัน นั่นคือคุณ @nuicekung ที่ได้เขียนรีวิว เป็นเกร็ดความรู้และประวัติศาสตร์เอาไว้ในหมวด Knowledge และที่สำคัญ ยังมีข้อควรระวัง และควรปฏิบัติ ขณะไปชมนิทรรศการให้เราได้อ่านกันอีกด้วย ไปชมได้ที่นี่เลยค่ะ


พาไปเที่ยว TITANIC The Artifact Exhibition

 

 

          พร้อมกับการอ่านรีวิวนิทรรศการหรือยังคะ ? 

          ลองไปอ่านกันได้เลยค่ะ

 

 

 

 

TITANIC : The Artifact Exhibition

100 ปี ไททานิค นิทรรศการแห่งประวัติศาสตร์โลก

 

"แจ็คมีในรายชื่อไหม"

"แล้วโรสตัวจริงชื่อว่าอะไร"

 

นี่คือสิ่งที่ได้ยิน จากกลุ่มผู้เข้าเยี่ยมชม หลังจากเดินผ่านจุดจำหน่ายบัตรของนิทรรศการ "TITANIC : The Artifact Exhibition 100 ปี ไททานิค นิทรรศการแห่งประวัติศาสตร์โลก" นั่นทำให้เราสงสัยว่า อะไร ในหนังเรื่องนั้น ที่ตรึงคนให้จดจำไว้ได้

        เรื่องความรักต่างชนชั้นของแจ็ค หนุ่มผู้โดยสารชั้นสาม ที่จับพลัดจับผลูชนะพนันจนได้ตั๋วขึ้นเรือ กับสาวสังคมผู้โดยสารชั้นหนึ่งอย่างโรส ที่ก้าวข้ามเส้นขีดแบ่งชนชั้นของปลายคริสตศตวรรษที่ 19 มามีสัมพันธ์กับหนุ่มแปลกหน้าบนเรือ

      หรือว่าที่ทำให้เป็นภาพจำ และจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ คือหายนะครั้งใหญ่ของการเดินเรือ ที่จัดระเบียบการและกฎหมายการคมนาคมทางน้ำโลกนี้ไป นับจากวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 1912 เมื่อเรือที่กล่าวกันว่า “ไม่มีวันจม” ได้ลงไปนอนอยู่ใต้มหาสมุทรแอตแลนติกที่เย็นเฉียบ พร้อมด้วยผู้เสียชีวิตนับพัน

 

 

          มีหลายสิ่ง ที่ TITANIC ทิ้งไว้ให้เราใน TITANIC : The Artifact Exhibition “100 ปี ไททานิค นิทรรศการแห่งประวัติศาสตร์โลก”

 

 

        ขอให้เตรียมพร้อม กับการก้าวเข้าไปสู่ "ความจริง" ของโศกนาฏกรรมเรือโดยสารมหึมา ที่เมื่อลงน้ำ มันพลิกหน้าประวัติศาสตร์ และยิ่งสั่นคลอนโลกทั้งใบ เมื่อเรือที่เหมือนความฝันของชาวยุโรปเมื่อ 100 ปีก่อน ได้ลงไปนอนนิ่งอยู่ใต้สมุทร นานกว่า 75 ปี ถึงได้มีคนเข้าไปปลุกให้ยักษ์ที่หลับใหล ตื่นขึ้นมาบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น

 

 

        วางแจ็คกับโรสไว้ตรงหน้าประตู (แต่ก่อนนั้นสามารถเป็นแจ็คกับโรสที่หัวเรือ ซึ่งจำลองไว้ให้ได้หน้างาน)

        แล้วแลกบัตรรับเครื่องบรรยาย (Audio Guide) ที่จะเล่าเรื่องราวไททานิคให้เราฟัง

 

 

        ทันทีที่ได้ก้าวเข้าไป รับรู้ถึงลมเย็นที่พัดวูบจนสะท้าน ผู้เข้าร่วมชมนิทรรศการทุกท่านจะกลายเป็นคนอื่น

        เพราะทุกคนจะได้สวมบทบาทเป็น "ผู้โดยสาร" ตาม Boarding Pass ที่ระลึก ซึ่งจะได้รับแจกมา โดยจะเป็นรายชื่อของผู้โดยสาร ที่มีตัวตนจริงในบันทึก

 

 

        ไม่ว่าจะเป็นแฟนของไททานิค หรือไม่...

        ณ ขณะนี้ ทุกคนคือผู้โดยสารเหมือนกัน (แต่จะชั้นไหน เรียกว่าแล้วแต่ดวง)

 

        นิทรรศการนี้ ห้ามนำน้ำดื่มหรืออาหารเข้าไป ห้ามนำกล้องไปถ่ายรูป รวมถึงโทรศัพท์มือถือ รูปภาพในบล็อกนี้ เป็นภาพจากการ Pr รวมถึงเป็นภาพที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ

        และมีข้อกำหนดอื่นๆ บอกที่หน้างาน

 

        ชื่อทั้งหมดที่เขียน ไม่ใช่ชื่อห้องที่ทางนิทรรศการตั้ง แต่เป็นการเรียบเรียงของผู้เขียนเอง

 

 

 

 

 

Ambitions

 

ในห้องแรกนั้น สิ่งที่เห็นคือ “พลัง” และ “ความฝัน” ของคนเมื่อ 100 ปี ก่อน ที่ต้องการจะเดินทางข้ามโลก และสร้างอนุสรณ์ที่ยิ่งใหญ่ไว้ในประวัติศาสตร์ ด้วยการสร้างเรือ ที่มีนามของ ยักษ์ Titan ในเทพปกรณัมกรีก เป็นเรือเดินสมุทรที่มีขนาดใหญ่กว่าที่ใครเคยเห็นมา

 

        ไททานิค ไม่ใช่เพียงเรือลำใหญ่ เรือที่บรรจุคนได้เยอะ แต่ถ้าได้มาดูนิทรรศการนี้ เราจะได้รู้ ว่าเรือลำนี้ คืองานศิลปะ และศาสตร์แห่งช่างที่ลอยน้ำได้ ผู้คนที่ทำงานอยู่ ล้วนแต่เป็นช่างฝีมือชั้นยอด ที่ร่วมกันสร้างเรือความฝันอันยิ่งใหญ่ให้เป็นจริง และทั้งหมด เป็นงานที่ทำด้วยมือของช่างเหล่านั้น

 

 

        เราเพิ่งได้รู้ว่าในสมัยก่อน น็อต นั้นไม่มีเกลียว

        ได้รู้ว่าเขาใช้วิธีใช้แท่งเหล็กสองแท่ง ใส่เข้าไปในรูเพื่อยึดเหล็ก แต่มันไม่ธรรมดา เมื่อมันเป็นเหล็กร้อนๆ ที่ต้องเป่าลมให้มันแดงตลอดเวลา และต้องอาศัยคนยืนจากสองฝั่ง นอกท้องเรือ และใต้ท้องเรือ เพื่อสลับกันตีขณะที่เหล็กยังร้อน ให้มันเชื่อมกัน ! 

 

        ในขั้นตอนการสร้าง ในห้องนี้ ยังมีสิ่งที่ไททานิคอยากจะบอกเล่ามากกว่าที่เราจะเขียนไปได้

        เรื่องราวที่เปี่ยมไปด้วยความฝันนี้ เปรียบเสมือนการออกไปสู่อวกาศในยุคสมัยเรา

 

 

 

Dream the Impossible Dream

 

เรือไททานิคเองก็เป็นความฝันของใครหลาย ๆ คน  และนั่นทำให้มีผู้โดยสารในเรือลำนี้มากถึงสองพันกว่าคน

        ช่วงปลายยุควิคตอเรียน ภายหลังจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม (ราวรัชกาลที่ 5 ของไทย) การเดินทางจากอังกฤษ หรือภาคพื้นทวีป ใช้เวลาเดินทางกว่าหนึ่งเดือน แต่สำหรับไททานิค คือ 6 วัน เท่านั้น ไม่น่าแปลกใจเลย ว่าใคร ๆ ก็ต่างตื่นเต้นกับการถือกำเนิดของไททานิค

 

        สำหรับผู้โดยสารตั๋วชั้นหนึ่ง ไททานิคคือความโออ่า ความเชิดหน้าชูตา ที่ได้ขึ้นเรือโดยสารอันดับหนึ่งของโลก โดยกัปตันมือฉกาจ ที่จะเดินเรือลำนี้ทิ้งทวนก่อนปลดเกษียณ (ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ คุณกฤษฏิ เจ้าหน้าที่และไกด์พิเศษของเรากล่าวว่า “บางส่วนของพวกคนรวย เป็นแฟนคลับกัปตัน สาวแก่แม่หม้ายที่ปลื้มๆ แก เลยพากันขึ้นเรือ..." (แฟนคลับมามีนานแล้วสินะ) และแน่นอนเป็น Love Boat ที่ชายมั่งคั่งมากมาย พาชู้รักมาเพลิดเพลิน... (อุ้ย... แต่เป็นเรื่องจริงนะ ต้องไปดูเพิ่มในนิทรรศการ) 

 

        สำหรับผู้โดยสารตั๋วชั้นสอง ไททานิคคือพาหนะที่จะทำให้พวกเขาไปถึงยังที่หมาย เพื่อเจรจาธุรกิจได้เร็วยิ่งขึ้น เป็นเส้นทางสู่ตลาดสินค้าอันกว้างใหญ่ ในทวีปที่เพิ่งถือกำเนิด ได้ไม่นาน นามว่า “อเมริกา”

 

        สำหรับผู้โดยสารตั๋วชั้นสาม ไททานิคคือความฝันสู่ชีวิตที่ดีกว่า การเดินทางไปสู่ทวีปใหม่ เพื่อหลักหนีจากชีวิตอันแร้นแค้น เพื่อไปตั้งรกราก และหาทางทำมาหากิน ในถิ่นที่พวกเขาไม่โดนเหยียดหยามจากชนชั้นสูง

 

 

 

        ในห้องนี้ เราจะได้เรียนรู้ถึง “ผู้โดยสาร” ในแต่ละชั้นตั๋วของไททานิค

        และความจริงอันน่าเศร้าของสังคมยุโรปในยุคนั้น ที่ศักดินา การกีดกันทางชนชั้น ทำให้ผู้คนต้องพยายามถีบตัวไปขุดทอง ในทวีปใหม่ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

        การมารวมตัว ที่เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งของผู้โดยสาร ที่บ้างก็มาแทนคนอื่น บ้างก็ต้องย้ายเรือมา เนื่องจากถ่านหิ่นของเรือที่ตนจะโดยสาร ถูกไททานิคกว้านซื้อไป จนออกเรือไม่ได้ และต้องซื้อตั๋วเรือลำนี้ในที่สุด

 

        ราวกับนิยายเรื่อง หลายชีวิต ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมทย์

        หลายคน จากหลายที่มา และชีวิตที่แตกต่าง  กลับจบสิ้นในวันเดียวกัน

 

        ในห้องนี้มีโมเดลจำลองเรือไททานิคที่สวยและละเอียดเหลือเกิน แม้จะไม่รู้ว่าสัดส่วนเท่าไหร่จากของจริง แต่ทุกคนลองค้นดู เราเจอ “กัปตัน” เรือลำนี้ด้วยล่ะ

 

 

        เราส่องดูที่สะพานเดินเรือ (ห้องควบคุมการเดินเรือ) เห็นพังงาเล็กกระจิดริด...ไม่น่าจะควบคุมเรือลำใหญ่ได้เลย เหมือนเอาไม้ซีกไปพลิกไม้ซุง

        เมื่อเอ่ยเช่นนั้น คุณกฤษฏิ จึงกล่าวเสริมว่า “นี่คืออีกสาเหตุที่ทำให้ล่ม สาวพังงาสุดแล้ว เรือไม่ขยับ และเดินเครื่องเต็มกำลังอยู่ด้วย”

 

 

 

 

Gorgeousness

 

เมื่อเดินผ่านทางเดินเข้าสู่ตัวเรือ สิ่งที่เราได้เห็น คือบันไดอันโอ่อ่า จำลองมาจากบันไดจริง ที่เหล่าคนไฮโซทั้งหลายเขาจะนัดมาเจอกันเดินแคทวอล์คโชว์สวย ๆ งาม ๆ กันตรงนี้ เทวดาองค์น้อยที่เห็นนั้น ตัวจริงยังคงหลับอยู่ใต้แอตแลนติก ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ แต่มีรูปหล่อเทวดาน้อยองค์อื่นๆ มาให้พวกเราดูกัน (มาจากในมหาสมุทรจริงๆ นั่นละ อยู่ในกล่องควบคุมสภาพอย่างดี) 

 

 

 

        ตรงจุดนี้ พิเศษ

        เพราะเป็นจุดเดียวที่เราสามารถมีรูปถ่ายในนิทรรศการได้ ด้วยบริการถ่ายภาพที่ระลึก ขนาดจัมโบ้ 4x6 นิ้ว ราคาเริ่มต้นที่ 300 บาท (หากจำไม่ผิด) และถ้าเป็นรูปใหญ่กว่านั้น ต้องลองสอบถามอีกที

 


 

 

Differences

 

ในส่วนต่อมา คือการแสดง “ความแตกต่าง” ของข้าวของ และห้องของผู้โดยสารแต่ละชั้นตั๋ว

 

        ผู้โดยสารชั้นที่หนึ่ง มีของที่สวยงาม หรูหราที่สุด วิจิตรตั้งแต่เมนูอาหารยาวยืด เลือกได้ตามอัธยาศัย ถ้วยชามรามไห (ที่บ้างก็ทำจากคริสตัล...) ไปจนกระทั่งการปูพื้นห้อง ที่ต้องใช้กระเบื้องแบบพิเศษ ในเบื้องต้น คุณไกด์กล่าวว่าแต่ละคนต้องจ่ายค่าโดยสารคนละแสนกว่าบาท (ค่าเงินสมัยก่อนนะ...) แต่ถ้าจะใช้ห้องอาหาร ซื้ออาหาร ห้องอื่น ๆ จ่ายเพิ่ม...

 

(ห้องผู้โดยสารชั้นหนึ่ง)

 

 

        ผู